Photo AlbumHuppatad Nov 7, '07 9:33 PM
for everyone
เมื่อวันสุดสัปดาห์ที่ 3-4 พฤศจิกายน 2550 ที่ผ่านมา ผมได้ไปสำรวจ “หุบป่าตาด” ที่อำเภอลานสัก จ.อุทัยธานี และได้ค้นข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ เห็นว่าข้อเขียนของคุณปิ่น บุตรี ที่บันทึกไว้ในเว็บของ นสพ.ผู้จัดการ ส่วนท่องเที่ยว ตั้งแต่ 22 พฤศจิกายน 2549 มีความน่าอ่านและอธิบายได้ชัดเจน จึงขอนำมาเผยแพร่เป็นข้อมูลวิทยาทานแด่ทุกท่าน แต่มีข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับกลิ่นขี้ค้างคาวที่อ้างถึงในบทความนี้ที่ว่า “การเดินในโพรงถ้ำนี้ผมขอบอกว่าเหม็นระยับ!!!” นั้น ปัจจุบันไม่มีกลิ่นฉุนแล้ว และค้างคาวก็มีจำนวนลดลงมาก คงจะเป็นเพราะมีผู้คนผ่านไปมามากมายต่างจากเมื่อก่อนนั่นเอง สำหรับผู้ที่ประสงค์จะดูข้อมูลจากต้นฉบับขอให้เข้าไปที่ link นี้นะครับ
http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9490000144244

อนึ่ง จากเรื่องราวของหุบป่าตาดได้ถูกคัดเลือกให้เป็นสถานที่อันซีน 2 จนมีการจัดสร้างแสตมป์ที่ระลึกเมื่อ 28 กันยายน 2004 ขนาด 31 มม x 31 มม ราคาดวงละ 3 บาท จัดพิมพ์โดย กสท.ที่โรงพิมพ์ Thai British Security Printing Public Company Limited, Thailand จึงได้นำรูปมาลงให้ชมด้วยเพื่อความสมบูรณ์ของข้อมูล

"ย้อนโลกดึกดำบรรพ์ อันซีนไทยแลนด์ที่"หุบป่าตาด" / ปิ่น บุตรี"

โดย ปิ่น บุตรี 22 พฤศจิกายน 2549 18:41 น.

ในยุคกระแสโลกาภิวัตน์ที่เต็มไปด้วยความเจริญทางวัตถุและเทคโนโลยี ซึ่งเมื่อมองไปทางไหนก็มักจะเจอแต่ความล้ำหน้า ความทันสมัย ความอินเทรนด์ ที่ส่วนใหญ่มักจะมาแบบช่วงประเดี๋ยวประด๋าวแบบฉาบฉวย ทำให้หลายๆคน(รวมถึงผมด้วย)เกิดอาการเอียนกับความล้ำหน้า ความล้ำยุคขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

ด้วยเหตุนี้ทำให้ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ในเมืองไทยจึงเกิดมีกระแสย้อนยุคขึ้นมาจากกลุ่มคนที่เบื่อกับความล้ำหน้าความทันสมัย และกลายเป็นหนึ่งในกระแสที่คนสนใจไม่น้อยทีเดียว ซึ่งกระแสย้อนยุคนี้ดูได้จากหลายๆเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภาพยนตร์หรือหนังย้อนยุคที่หนังเรื่อง "แฟนฉัน" ทำรายได้ไปถล่มทลาย ส่วนในเรื่องของเพลงนั้นนักร้องหลายๆคนหลายๆค่ายเพลง ต่างก็ไปขุดเอาเพลงเก่าๆมาร้องกันใหม่เต็มไปหมด แถมบางค่ายยังงัดเอานักร้องเก่ามาร้องเพลงเก่าเสียด้วยสิ

ในขณะที่เรื่องของอาหารการกินก็นิยมหวนกลับไปสู่ความเก่าไม่แพ้กัน และเป็นความเก่าในแบบโบราณเสียด้วย ทั้งไอติมโบราณหรือไอศกรีมโบราณ ก๋วยเตี๋ยวโบราณ ผัดไทโบราณ น้ำผลไม้โบราณ และกาแฟโบราณที่มีขายกันอยู่ทั่วไป

หันมาที่เรื่องของวงการท่องเที่ยวกันบ้าง สำหรับแวดวงท่องเที่ยวนั้นจะว่าไปแล้วเรื่องของการเที่ยวชมสิ่งเก่าๆ ของเก่าๆถือว่ามีมาช้านานแล้ว

การไปเที่ยวชมโบราณสถาน โบราณวัตถุ ชมวัดโบราณ ชมตึกโบราณ รวมถึงการเที่ยวชมเมืองโบราณหรือเมืองเก่าที่ถือเป็นเรื่องปกติธรรมดาของการท่องเที่ยวทั่วไป

แต่สำหรับการชมป่าโบราณหรือป่าดึกดำบรรพ์นี่สิถือว่ามีเป็นเรื่องที่ค่อนข้างแปลกใหม่ไม่น้อย เพราะในบ้านเรามีป่าโบราณให้ชมอยู่ไม่กี่แห่ง โดยป่าโบราณหรือป่าดึกดำบรรพ์ที่ถือว่าได้รับความยอดนิยมมากในช่วง 2 ปีหลังมานี่ก็เห็นจะหนีไม่พ้นที่ "หุบป่าตาด" แห่ง อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี นับเป็นหนึ่งในป่าที่มีความพิเศษโดดเด่นกว่าป่าแห่งอื่นๆตรงที่นอกจากจะเป็นป่าดึกดำบรรพ์แล้วยังนับเป็นป่าในระดับ "อันซีนไทยแลนด์" อีกด้วย

หุบป่าตาด ถือเป็นส่วนหนึ่งของเขาห้วยโศก แห่งจังหวัดอุทัยธานี อยู่ก่อนที่จะถึงทางขึ้นเขาปลาร้าประมาณ 1 กิโลเมตร ซึ่งเมื่อเดินทางเข้าไปใกล้จะถึงหุบป่าตาด ในเบื้องหน้าจะมองเห็นภูเขาหินปูนตั้งตระหง่านมาแต่ไกล และเมื่อเข้าไปใกล้ทางเข้าป่าตาด 2 ข้างทางก็จะเป็นป่าสะเดาอันร่มรื่น ถัดไปเป็นไร่ข้าวโพดและสวนมะม่วง

จากนั้นก็จะเป็นบริเวณทางเข้าหุบป่าตาด ที่มีลานจอดรถ ป้อมยาม และเจ้าหน้าที่คอยให้บริการข้อมูลแก่นักท่องเที่ยวที่จะเข้าไปเที่ยวในหุบป่าตาด ที่หากมองจากภายนอกจะดูไม่รู้เลยว่าภายในมีผืนป่าดึกดำบรรพ์ซ่อนเร้นอยู่ เพราะเห็นเป็นเพียงขุนเขาหินปูนธรรมดา แต่หากพอเดินขึ้นบันไดปูนจากพื้นที่ให้บริการนักท่องเที่ยวไปสักหน่อย ก็จะเห็นทางเดินเข้าสู่ปากถ้ำเป็นโพรงมืดหายไป

การเดินในโพรงถ้ำนี้ผมขอบอกว่าเหม็นระยับ!!! เพราะข้างในเต็มไปด้วยขี้ค้างคาวที่หากใครพกไฟฉายเข้าไปก็ให้ฉายไฟไปที่เพดานถ้ำจะเห็นค้างคาวเกาะห้อยหัวอยู่เต็มไปหมด เวลาผมเดินผ่านทีโพรงถ้ำแห่งนี้คราใด ก็มักจะเดินจ้ำอ้าวเพื่อให้พ้นกลิ่นขี้ค้างคาวอันเหม็นระยับนี้ไปโดยเร็ว เพราะเมื่อเดินเพียงแป๊บเดียวก็จะเห็นแสงสว่างรออยู่ข้างหน้าที่เป็นป่าดึกดำบรรพ์ในพื้นที่กว่า 30 ไร่ ที่เดิมนั้นไม่มีใครรู้ว่าเบื้องหลังของเขาหินปูนที่สูงชันจะมีป่าดึกดำบรรพ์ซ่อนอยู่

แต่เมื่อพระครูสันติธรรมโกศล (หลวงพ่อทองหยด) เจ้าอาวาสวัดถ้ำทอง มีเหตุบังเอิญต้องปีนลงไปในหุบเขานี้เมื่อปี พ.ศ. 2522 (สมัยนั้นยังไม่ได้ระเบิดภูเขาทำเป็นถ้ำทางเข้า) ท่านพระครูก็ถึงกับตะลึงเพราะพบว่าในหุบเขาเต็มไปด้วยต้นตาด และพืชดึกดำบรรพ์อื่นๆอีกหลายชนิด

เมื่อรู้ว่าในหุบเขามีของดีซ่อนกายอยู่ทางผู้ที่เกี่ยวข้องในจังหวัดอุทัยฯจึงเจาะเป็นถ้ำทางเข้า ก่อนที่กรมป่าไม้(สมัยนั้น)จะเข้ามาประกาศเป็นพื้นที่อนุรักษ์ในปี พ.ศ. 2527 และพัฒนาหุบป่าตาดเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันสำคัญของจังหวัดอุทัยธานี

หลังจากนั้นหุบป่าตาดก็เริ่มสะสมชื่อเสียงเรื่อยมา ก่อนที่โด่งดังขึ้นมาหลังการได้รับเลือกจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวอันซีนไทยแลนด์ 2 ใน ปีพ.ศ.2547 ซึ่งหุบป่าตาดนั้นสวยงามแล้วยังมีแปลกและโดดเด่นอีกต่างหาก โดยเมื่อเดินผ่านความมืดของโพรงถ้ำเข้าไป ก็จะเจอกับบันไดปูนทอดตัวยาวลงสู่หุบเขาเบื้องล่าง ที่พอเดินลงไปก็จะได้พบกับลักษณะของป่าดิบชื้นที่ล้อมรอบด้วยภูเขาหินปูน ซึ่งมีลักษณะเป็นปล่องมีแสงแดดรำไรส่องลงมาตรงกลาง

แน่นอนว่าต้นไม้ที่เป็นพระเอกของผืนป่าแห่งนี้ก็คงจะหนีไม่พ้น "ต้นตาด" (Areaga penata) ที่ขึ้นอยู่เป็นจำนวนมากจนกลายเป็นที่มาของหุบป่าตาด

สำหรับต้นตาดหรือที่ชาวบ้านในบางพื้นที่เรียกขานกันว่าต้นตาวหรือต้นต๋าว จัดเป็นพืชตระกูลปาล์ม มีใบเป็นแฉกแผ่กว้างสยาย ลักษณะคล้ายต้นสละหรือระกำ โดยใบตาดสามารถนำไปทำไม้หวาดได้ มีลูกออกมาเป็นทะลายกลมๆเล็กๆคล้ายลูกจาก ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่บอกว่าลูกอ่อนของตาดนั้นนำไปต้มจิ้มน้ำพริกกินอร่อยนัก

ส่วนใครที่เมื่อมาเดินเที่ยวป่าตาดก็จะได้สัมผัสกับบรรยากาศของหุบป่าตาดที่ร่มรื่นชุ่มชื้นตลอดปี เนื่องเพราะสภาพผืนป่าตาดนั้นมีความอุดมสมบูรณ์ และยังมีองค์ประกอบอื่นๆที่ช่วยเติมเต็มให้หุบป่าตาดน่าเดินน่าเที่ยวมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น สายลมโชยอ่อนที่พัดผ่านหุบเขาอยู่เรื่อยๆ เสียงเจื้อยแจ้วของนกป่าหลากหลาย ซึ่งใครที่โชคดีบางทีอาจจะได้พบกับสัตว์ที่อาศัยอยู่ในหุบป่าตาดอย่างพวกกระรอก ลิง นกหลากหลายชนิด ส่วนใครที่โชคดีมากอาจจะได้พบกับเลียงผาและไก่ฟ้าพญาลอก็เป็นได้

และก็ใช่ว่าป่าดึกดำบรรพ์จะมีแต่เฉพาะต้นตาดเท่านั้น แต่ในป่าแห่งนี้ยังมีพันธ์ไม้อีกหลายชนิดให้เดินชม ไม่ว่าจะเป็น เต่าร้าง เปล้า คัดค้าวเล็ก กะพง ยมหิน และต้นไทรที่รูปร่างดูประหลาดตา โดยต้นไม้ที่น่าสนใจหลายๆต้นทางเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาปลาร้า ผู้ดูแลผืนป่าแห่งนี้ได้ทำป้ายสื่อความหมายไว้ให้นักท่องเที่ยวอ่าน ซึ่งใครสนใจต้นไม้ชนิดไหนคงต้องไปยืนอ่านเอาเอง

นอกจากป่าดึกดำบรรพ์จะเต็มไปด้วยต้นตาดและพันธุ์ไม้อันหลากหลายแล้ว ในป่าแห่งนี้ยังมีโถงถ้ำที่มีลักษณะเป็นช่องประตูขนาดใหญ่ที่สามารถเดินทะลุถึงกันได้ และนักท่องเที่ยวก็สามารถเดินเข้าไปชมบรรยากาศในโถงถ้ำได้

ในโถงถ้ำแห่งนี้นอกจากจะมีหินรูปร่างแปลกตาทั้งจากเพดานถ้ำ ผนังถ้ำ และตามพื้นถ้ำแล้ว ยังถือเป็นมุมถ่ายรูปชั้นดีของหุบป่าตาด ที่หากมองย้อนกลับออกไปยังบริเวณผืนป่าตาดก็จะเห็นฉากของโถงถ้ำเป็นกรอบภาพผืนใหญ่ และบรรดาต้นตาดและพันธุ์ไม้หลากหลายชนิดเป็นจุดสนใจของภาพ ที่หากใครได้มาเดินเที่ยวชมหุบป่าตาดแล้ว ในบางซอกบางมุมของป่าแห่งนี้จะให้ความรู้สึกคล้ายๆกับว่ากำลังเดินอยู่ในป่าของหนังเรื่องจูราสสิคปาร์คยังไงยังงั้น แต่ว่าการเดินเที่ยวที่ป่าตาดนี่ถือว่าปลอดภัยหายห่วง เพราะป่าแห่งนี้ไม่มีไดโนเสาร์ออกมาวิ่งไล่งับก้นแต่อย่างใด...

huppatad_stamp.jpg
  
IMG_3942.jpg
  
IMG_3946.jpg
  
IMG_4087.jpg
  
IMG_3948.jpg
  
IMG_3949.jpg
  
ต้นอะรูมิไล๊ท์อีกเหรอเนี่ย
  
IMG_3953.jpg
  
IMG_3954.jpg
  
IMG_3955.jpg
  
IMG_3957.jpg
  
IMG_3958.jpg
  
IMG_3961.jpg
  
IMG_3964.jpg
  
IMG_3965.jpg
  
IMG_3971.jpg
  
IMG_3972.jpg
  
IMG_3977.jpg
  
IMG_3974.jpg
  
IMG_3975.jpg
  
IMG_3976.jpg
  
IMG_3978.jpg
  
IMG_3980.jpg
  
IMG_3982.jpg
  
IMG_3988.jpg
  
IMG_3989.jpg
  
IMG_3992.jpg
  
IMG_3993.jpg
  
IMG_3994.jpg
 1 Comment 
IMG_3997.jpg
  
IMG_3999.jpg
  
IMG_4000.jpg
  
IMG_4002.jpg
  
มุมเก่ง
  
IMG_4004.jpg
  
IMG_4005.jpg
  
IMG_4008.jpg
  
IMG_4009.jpg
  
IMG_4010.jpg
  
IMG_4011.jpg
  
IMG_4013.jpg
  
IMG_4014.jpg
  
IMG_4015.jpg
  
IMG_4016.jpg
 3 Comments 
IMG_4017.jpg
  
IMG_4022.jpg
  
IMG_4023.jpg
  
IMG_4024.jpg
  
IMG_4027.jpg
  
IMG_4031.jpg
  
IMG_4032.jpg
  
IMG_4033.jpg
  
IMG_4034.jpg
  
IMG_4035.jpg
  
IMG_4036.jpg
  
IMG_4038.jpg
  
IMG_4039.jpg
  
IMG_4040.jpg